• slide001
  • slide002
  • slide003
You are here:   Home

Wrought Iron (ร็อท ไอร์ออน) เหล็กดัดอิตาลี่

Wrought Iron (ร็อท ไอร์ออน) เป็นเหล็กประเภท Low Carbon คุณสมบัติดีเด่นที่ความเหนียว และคงทนถาวรด้วย ในขณะเดียวกัน ยังสามารถดัดโค้งให้เป็นลวดลายต่างๆ ให้ละเอียดอ่อนเท่าใดก็ได้ตามแบบที่ต้องการ ชาวยุโรปจึงนิยมนำเหล็ก นี้มาใช้ เป็น ประตู รั้ว ราวบันได สะพาน ระเบียง เครื่องตกแต่งสถาปัตยกรรม และ เฟอร์นิเจอร์
เหล็ก ร็อท ไอร์ออน นี้ แตกต่างจากงานเหล็กหล่อ (Cast Iron) ตรงที่กรรมวิธีการผลิต ร็อท ไอร์ออน เป็นกรรมวิธีหนึ่งในการผลิตเหล็กเป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น ในงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ทำรั้ว ประตู หน้าต่าง ราวบันได โคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ และอุปกรณ์ใช้งานในบ้านอื่นๆ เช่น พวกที่แขวนเสื้อโค้ด ที่ใส่ร่ม ตะกร้าใส่ของ เป็นต้น ส่วนงานเหล็กหล่อ เป็นการแกะพิมพ์ เมื่อเสร็จแล้วเทเหล็กที่หลอมด้วยความสูงเป็นของเหลว แล้วเทใส่พิมพ์ที่แกะไว้ ดังนั้น โอกาสชิ้นงานนั้นจะเกิดฟองอากาศมาก เมื่อเนื้อเหล็กที่หลอมเป็นของเหลว (รวมถึงงานประเภทหล่ออื่นๆ) ไปไม่ถึงบริเวณที่แกะพิมพ์อื่นๆ แต่งานของร็อท ไอร์ออน เป็นงานประเภทเหล็กเผาเหล็กให้ร้อน และตีให้เกิดรูปร่างเหมือนการตีดาบของมีดอรัญญิก
จากหลักฐานที่มีการจดบันทึกไว้ ร็อท ไอร์ออนเป็นงานที่นิยมแพร่หลายมากในประเทศยุโรป โดยเฉพาะ อิตาลี ออสเตรีย สเปน เยอรมัน เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส ประเทศเหล่านี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับและเป็นแหล่งที่งานเหล็ก ร็อท ไอร์ออนแพร่งหลายมากที่สุด
ร็อท ไอร์ออนในยุโรปเริ่มทำมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา และมาเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในช่วงศตวรรษที่17-18 โดยลักษณะงานแบ่งเป็นงานเพื่อรับใช้ศาสนา และงานที่ทำขึ้นสำหรับชนชั้นสูง เช่น พระมหากษัตริย์และราชวงศ์ และงานที่ทำขึ้นเพื่อตอบสนองชนชั้นกลาง ลวดลายก็มีการพัฒนารูปแบบของความเป็นธรรมชาติกับสิ่งที่ได้เห็นจริงในธรรมชาติ การใช้เส้นสายและรูปทรงก็บิดผันเกินงาม เน้นการใช้สีและพื้นผิวในการสร้างบรรยากาศให้ดูโอ่อ่าในลักษณะของศิลปะแบบบาร็อค (Baroque) อันเป็นยุคที่งานเหล็กชนิดนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเหล็กผลิตเหล็กที่สำคัญ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ชาวอเมริกันตื่นเต้นกับภาพของร็อท ไอร์อออนของสถาปนิกชาวแคลิฟอร์เนีย และฟลอริดาที่ตีพิมพ์ ในหนังสือ ซึ่งส่งผลให้เกิดร้านที่รับทำงาน ร็อท ไอร์ออนขึ้น และมีการนำมาใช้ในงานตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอาคารอย่างแพร่หลาย เป็นส่วนประกอบสำคัญของงานในสไตล์โคโลเนียล ปัจจุบัน ร็อท ไอร์ออนยังคงได้รับความสนใจทำและนำมาใช้งานอยู่ แต่ก็ไดมีการพัฒนารูปแบบให้เหมาะกับยุคสมัยเป็นงานในสไตล์ใหม่ (Modern)
งานร็อท ไอร์ออนที่ผ่านมาในประเทศไทย ยังไม่ค่อยมีมากนัก แต่ส่วนมากจะเป็นงานประเภทเหล็กหล่อมากกว่า อย่างราวสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สะพานมัฆวานรังสรรค์ หรือรั้วพระที่นั่งอนันตสมาคมซึ่งใช้กันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 งานในระดับชาวบ้านทั่วไปที่มีวิธีการทำคล้ายคลึงกับร็อท ไอร์ออนก็คืองานเหล็กดัดทั่วไปซึ่งนำเอาเหล็กเส้นมาดัดและเชื่อมกันเป็นลวดลายง่ายๆ เช่น พวกลายประแจจีน ลายกนก ลายเทพพนม สำหรับที่ติดกับหน้าต่างกันขโมย หรือทำเป็นรั้วบ้านประตูนั้นน่าจะเป็นการทำงานที่คลี่คลายมากจากการทำร็อท ไอร์ออนในอดีต แตกต่างกันที่ วัตถุดิบที่มีความคงทนถาวรและลวดลายเหล็กที่มีลวดลายบนเนื้อเหล็ก
ในอดีต ร็อท ไอร์ออน เป็นงานที่ต้องอาศัยความเป็นช่างผู้มีฝีมือและมีความสามารถทางศิลปะส่วนบุคคล ผู้ที่ทำงานนี้จะเป็นทั้งผู้ออกแบบและลงมือทำไปด้วยพร้อมๆกัน ช่างฝีมือแต่ละคนก็จะมีเอกลักษณ์ในการทำงาน และมีความชำนาญที่แตกต่างกันออกไป และมักถ่ายทอดเทคนิคการทำผ่านทางลูกหลานของตนเท่านั้น อันเป็นผลให้งาน ร็อท ไอร์ออนเป็นงานฝีมือที่มีคุณค่าและมีราคาค่อนข้างสูง สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ การใช้ที่ผิดทางที่ทำให้งานสถาปัตยกรรมและงานร็อท ไอร์ออนนั้นขาดคุณค่าแห่งความงดงามได้ ในการทำงานฝีมือโดยใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบสำคัญนั้น เหล็กที่ใช้มักเป็นเหล็กที่มีส่วนผสมของคาร์บอนในปริมาณที่แตกต่างกันไป สำหรับ ร็อท ไอร์ออนนั้นจะใช้เหล็กชนิดที่เรียกว่า เหล็กคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) คือ มีส่วนประกอบของคาร์บอนโดยประมาณ 0.04เปอร์เซ็นต์ และผ่านกระบวนการถลุงเห็กที่ดึงเอาคาร์บอนในเนื้อเหล็กให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะส่วนให้เหล็ก ร็อท ไอร์ออนนั้น คงทนถาวร อายุการใช้งานจะยาวนานมากเป็นพิเศษ เหล็กที่นำมาใช้จะมีลักษณะเป็นแท่งขนาดต่างๆกัน และมีชิ้นส่วนเป็นประเภท ใบไม้ ดอกไม้ หัวศร เป็นต้น นำเหล็กเหล่านี้มาผ่านกรรมวิธีวิธีเผาให้ร้อน แล้วนำมาดัดโค้ง รีด หรือบิดให้เป็นเกลียว หรือตีให้เป็นรูปทรงหรือลวดลายต่างๆ หรือใช้ค้อนทุบทำให้เกิดผิวสัมผัส(Texture) ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องใช้แรงคนในการเหวี่ยงฆ้อนขึ้นตีเหล็กขึ้นมาจากเตาวางบนทั่ง มีฆ้อนในแบบต่าง ๆ ซึ่งแต่ละอันใช้งานต่างๆกันไป ปากคีบแบบต่างๆที่ใช้ในการจับเหล็ก
ในขั้นตอนการประกอบชิ้นงานนั้น ช่างจะมีเทคนิคเฉพาะซ่อนบรรดารอยต่อต่างๆ จึงนำสายรัด (Collar) หรีอทำรูเดือยใส่สกรู เป็นต้น ในขั้นตอนการทำสีนั้น สีที่นิยมทำกันมากคือ สีดำเทา สีเงิน และทำแบบสีเหลือบสี ทำให้เนื้อเหล็กมีผิวสัมผัสในลักษณะแบบเดียวกับบรอนซ์รมดำ หรือ บรอนซ์กัดกรด ด้วยใช้สีปัดไปบนเนื้อเหล็ก ก่อนจะลงมือทำสี จะมีกรรมวิธีป้องกันสนิมก่อน ซึ่งทางบริษัทฯได้ใช้น้ำยาเคมีป้องกันสนิมจากประเทศเยอรมัน
ในกรณีติดตั้งร็อท ไอร์ออนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับสนิมบ้าง แต่การเกิดสนิมของร็อท ไอร์ออนนั้นจะเป็นบนผิวของเหล็ก กรรมวิธีบำรุงรักษาคือ แค่นำกระดาษทรายหรือแปรงขัดให้ถึงเนื้อเหล็ก แล้วใช้ปากกาเมจิก หรือสีทาซ้ำลงไป เพื่อไม่ให้เกิดการอ็อกซิเดชั่นระหว่างเหล็กกับอากาศ เนื่องจากอาจจะกล่าวได้เลยว่า สนิมไม่กินเข้าไปในเนื้อเหล็ก (ซึ่งความจริง การสึกกร่อนจะน้อยมาก เป็นไมครอน)

Wrought Iron เป็นแร่เหล็กที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ คงทนปลอดภัยจากสนิม  และเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป โดยเฉพาะประเทศ อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยี่ยม สเปน
ซึ่งจะกล่าวได้ว่าประเทศเหล่านี้เป็นต้นตำหรับและแหล่งที่นิยมเหล็ก ร็อท ไอร์ออน(Wrought Iron)มากที่สุด  ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นซึ่งเริ่มจากการถลุงสินค้าแร่เหล็กที่เรียกว่า โลว์คาร์บอนด์ มีส่วนประกอบของคาร์บอนถึง 0.04 เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณต่อการถลุงเหล็กที่กำจัดปริมาณ ออกซิเจนในเนื้อเหล็กให้น้อยที่สุดจากกรรมวิธีในการผลิต ที่พิถีพิถัน ดังนั้นเหล็กร็อทไอร์ออน(Wrought Iron)จึงเป็นเหล็กชนิดที่ปลอดภัยจากสนิม มีความเหนียวและสามารถตีหรือดัดโค้งเข้ารูปได้สวยงามอย่างมีศิลปะ  ที่สำคัญคือ ความแข็งแกร่ง ทนทานกว่า โลหะชนิดอื่นที่นำมาเป็นวัสดุที่สร้างสรรค์งานในแบบเดียวกัน