เหล็กดัดอิตาลีที่เรารู้กัน มันก็คืองานโลหะประเภทหนึ่งที่ใช้เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำเนื้อเหล็กจะเป็นสีเทาๆ ในเนื้อเหล็กมีคาร์บอนน้อย เป็นเหตุให้เป็นสนิมยาก (แต่ก็ยังเกิดสนิมได้) ผสมแร่ธาตุบางอย่างเข้าไป ทำให้เนื้อเหล็กอ่อนแต่เหนียวหนืด ขึ้นรูปได้ง่ายไม่แตก หัก ทนทานแรงบิด ดึง ดัด ม้วนได้ดี ทนทานความร้อนได้สูง ต่อง่ายซึ่งเหล็กธรรมดาให้ไม่ได้ เนื้อเหล็กคงทน อายุการใช้งานนาน อยู่ได้เป็นร้อยปี

Wrought iron ใช้กันทั่วไปและเป็นที่นิยมในยุโรปด้วยความแข็งแรงทนทาน ยุคแรกๆ ที่เอาเหล็ก wrought iron มาใช้กันจะนิยมนำมาทำอาวุธยุทโธปกรณ์ใช้ในสงคราม แล้วก็พัฒนามาเป็นของใช้ในบ้าน ของประดับตกแต่งในบ้านต่างๆ เชิงเทียน เครื่องเรือน ราวบันได ราวกันตก โคมไฟทำประตูรั้ว ป้ายซุ้มทางเข้า ป้ายร้าน เลขที่บ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์สนาม เครื่องใช้สำนักงาน หรือแม้แต่อะไหล่รถยนต์ เป็นต้น

นอกจากความหรูหรา โอ่อ่า เสริมสร้างความภูมิฐานให้กับตัวบ้าน สะท้อนความชอบและฐานะของเจ้าของบ้านได้อย่างดีแล้ว ในมุมของศิลปะ งานเหล็กดัด wrought iron ยังได้ชื่อว่าเป็นงานศิลปกรรมที่มีคุณค่าไม่แพ้มูลค่าในตัว ที่เปลี่ยนโลหะที่แข็งกระด้างที่สุดชนิดหนึ่งของโลกให้แปลงเป็นงานศิลปะที่ดูแจ่มใส ที่สำคัญ ทุก ขั้นตอนผลิต ไม่ได้ใช้เครื่องจักรเลย

ยิ่งถ้าได้ช่างที่เก่งงานโลหะแล้วมีหัวทางศิลปะด้วย wrought ironที่ตีขึ้นรูปจะออกมาดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ รายละเอียดปลีกย่อยของลวดลายต่างๆ แต่ละชิ้นใกล้เคียงกันแต่ไม่ซ้ำกัน จะต้อง ออกแบบลวดลายอย่างไรถึงจะเกิดความงาม กลมกลืน ช่องไฟแต่ละช่องควรจะเว้นแค่ไหนถึงจะออกมาสวยงามลงตัว ต้องออกแรงตีเหล็กหนักเบาแค่ไหนถึงจะเปลี่ยนเหล็กเผาไฟจนแดงเป็นรูปร่างต่างๆ ได้